สมัครเล่น SBOBET คาเซมิโร : เทพนิยายลูกเป็ดขี้เหร่

สมัครเล่น SBOBET]

จากผู้เล่นชั้นสองของสโมสรสู่คีย์แมนชุดแชมป์ยุโรป อะไรคือจุดเปลี่ยนสำคัญของห้องเครื่องเลือดแซมบ้าผู้นี้

สมัครเล่น SBOBET “Hala Madrid” เสียงตะโกนของสาวกมาริดิสตร้าดังกระหึ่มสังเวียนแข้ง ”ซาน ซีโร” เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ท่ามกลางความยินดีปรีดาของคอลูกหนังผู้คลั่งในลัทธิชุดขาวทั่วโลก หลัง เรอัล มาดริด ประกาศศักดาความเป็นเต้ยตัวจริงของยุโรปซิวถ้วยบิ๊กเอียร์สมัยที่ 11 มาครอง

โลส บลังโกส ต้องสู้กับ แอตเลติโก้ มาดริด คู่แข่งในรอบชิงชนะเลิศจนถึงฎีกา ก่อนเป็นฝ่ายคว้าชัยในการดวลจุดโทษแบบหวุดหวิดหลังเสมอกัน 1-1 ในช่วง 120 นาที ย้ำแค้นคู่ปรับร่วมเมืองเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 3 ปี หลังเคยหักอกทีมตราหมีมาครั้งหนึ่งแล้วเมื่อปี 2014

แฟนบอลมากมายต่างพูดถึงผลงานอันสุดยอดของ คริสเตียโน โรนัลโด้ ที่คว้าตำแหน่งดาวซัลโวด้วยผลงาน 16 ประตู, เซร์คิโอ รามอส ที่ทำสถิติเป็นกองหลังคนแรกที่ทำประตูในเกมรอบชิงชนะเลิศ 2 ครั้ง และ ลูก้า โมดริช ที่คอยบัญชาเกมแดนกลางได้อย่างเนียนตา แต่ราชันชุดขาวจะไม่มีทางมาถึงจุดนี้เลยหากปราศจากนักเตะผู้ปิดทองหลังพระอย่าง ”คาเซมิโร”

มิดฟิลด์ชาวแซมบ้าเริ่มต้นชีวิตค้าแข้งในถิ่น”ซานติอาโก้ เบอร์นาเบว”แบบคนชั้นสองและติดลบกว่า ธีรศิลป์ แดงดา ศูนย์หน้าทีมชาติไทยสมัยอยู่กับอัลเมเรียเสียอีก เพราะเขาตัดสินใจย้ายมาเล่นกับทีมสำรองของมาดริดก่อนด้วยสัญญายืมตัวในปี 2013

“ผมจะเล่นให้ทีมชุดใหญ่ของเรอัล มาดริด” นักเตะอธิบายเหตุผลปัดข้อเสนอทีมดังอย่าง โรมา และ ลาซิโอ

คำพูดดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงหัวจิตหัวใจอันแน่วแน่ของแข้งรายนี้เป็นอย่างดี เขาฝ่าฟันอุปสรรคทุกรูปแบบจนในที่สุดได้รับการเซ็นสัญญาถาวรจากราชันชุดขาวในปีเดียว ก่อนไต่เต้าสู่ทีมชุดใหญ่ของสโมสรได้สำเร็จในฤดูกาลต่อมา พร้อมได้รับโอกาสลงสนามถึง 25 นัด

อย่างไรก็ดี เขาเกือบหมดอนาคตกับสโมสรในปีต่อมา หลังถูกปล่อยให้ เอฟซี ปอร์โต้ ยืมตัวไปใช้งาน 1 ปี พร้อมพ่วงอ็อปชันซื้อขาดในราคา 15 ล้านยูโร แต่แล้วมาดริดกลับเปลี่ยนใจยอมควักเงิน 7.5 ล้านยูโร ดึงห้องเครื่องวัย 24 กะรัต กลับคืนสู่ทีมอีกครั้งเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ซึ่งนี่คือการตัดสินใจที่ดีที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของสโมสร

กองกลางชาวบราซิลเลียนได้รับโอกาสลงเล่นบ่อยครั้งในยุคของ ราฟาเอล เบนิเตซ แต่เขากลับเค้นศักยภาพออกมาได้ไม่เต็มที่ เพราะถูกจับไปเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางที่ต้องรับบทบาททั้งเกมรับและเกมรุก จนกระทั่งการเข้ามาของ ซีเนดีน ซีดาน ชายผู้ทำให้เขากลับมาแจ้งเกิดในทีมแบบเต็มตัว

เทรนเนอร์ชาวฝรั่งเศสอ่านเกมขาดมองเห็นจุดบกพร่องตรงพื้นที่กลางสนาม เพราะมาดริดมักถูกคู่แข่งใช้เกมโต้กลับเร็วโจมตีในจังหวะที่มิดฟิลด์คู่กลางขึ้นเติมเกมรุกและลงไม่ทัน ดังนั้นเขาจึงแก้ปัญหาด้วยการส่งคาเซมิโรลงมาคอยชะลอเกมคู่แข่งและปัดกวาดอยู่หน้าเซ็นเตอร์แบ็คโดยเฉพาะ

ผลปรากฎว่าการวางหมากของซิซูได้ผลดีเกินคาด มิดฟิลด์บราซิลเลียนช่วยสร้างสมดุลในทีมทำให้เกมรับของราชันชุดขาวแน่นขึ้น โทนี โครส กับ ลูก้า โมดริช สามารถเดินเกมได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องพะวงเรื่องเกมรับ เช่นเดียวกับ เซร์คิโอ รามอส กับ เปเป้ ที่เล่นด้วยความอุ่นใจมากขึ้นเพราะมีคนช่วยสกรีนก่อน

คาเซมิโรมีคุณสมบัติของการเป็นมิดฟิดล์ตัวรับที่ดีครบถ้วน เขามีสภาพร่างกายแข็งแกร่ง, สุขุมเยือกเย็น, อ่านเกมเด็ดขาด และ ไม่เล่นโฉ่งฉ่าง การมีเขาในทีมทำให้จุดอ่อนเรื่องเกมรับของมาดริดหายไปในพริบตา เห็นได้จากสถิติเสียเพียง 9 ประตู จาก 17 เกมที่มีเขาในสนาม(นับเฉพาะในยุคของซีดาน)

ผลงานชิ้นโบว์แดงของกองกลางรายนี้คงหนีไม่พ้นเกม”เอล กลาซิโก้”เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เขาสกัดกั้นเกมรุกที่ว่ากันว่าอันตรายที่สุดในโลกของบาร์เซโลนาแบบอยู่หมัด แม้แต่ ลิโอเนล เมสซี ผู้เล่นเบอร์หนึ่งของโลก 5 สมัย ยังถูกจับตายจนแทบไม่ได้กระดิกตัว เขาคือเหตุผลสำคัญที่ราชันชุดขาวบุกล้างตาคู่อริตลอดกาลถึงถิ่นได้สำเร็จ

ในเกมวันนั้นมิดฟิลด์ชาวแซมบ้าเข้าสกัดบอล 8 ครั้ง, ตัดบอลมาครอง 3 ครั้ง, เคลียร์บอล 1 ครั้ง และ บล็อคลูกยิง 2 ครั้ง โดยสื่อดังแทบทุกสำนักต่างมอบตำแหน่ง”แมน ออฟ เดอะ แมทช์”ให้กับเขา

ความยอดเยี่ยมของเขายังเข้าตากุนซือฝ่ายตรงข้ามด้วย ถึงขนาด ดิเอโก้ ซิเมโอเน เทรนเนอร์แอต.มาดริด เอ่ยปากชื่นชมก่อนเกมชิงดำบอลยุโรปว่า “คาเซมิโรคือผู้เล่นที่สำคัญที่สุดในแง่ความสมดุลของทีม เขาช่วยให้ผู้เล่นอื่นกลับมาจัดกระบวนทัพได้ดีขึ้นถ้าเกิดพลาดเสียบอลและยังคงประสิทธิภาพในเกมรุกเอาไว้”

คำพูดของ”เอล โชโล่”เป็นจริงทุกอย่างในเกมชิงถ้วยยูซีแอล คาเซมิโรสร้างสมดุลในแดนกลางและคอยเบรคเกมรุกของทีมตราหมีทุกรูปแบบ แม้แต่เกมโต้กลับเร็วอันเลื่องชื่อของแอตเลติโก้ยังทำอะไรไม่ได้เมื่อต้องเจอกับฮาร์ดแมนจากแดนกาแฟผู้นี้

มิดฟิลด์ทีมชาติบราซิลคือพระเอกตัวจริงของมาดริดในเกมนี้ หลังทำสถิติสกัดบอล 8 ครั้ง(72%), ตัดบอลมาครอง 3 ครั้ง และ เอาชนะลูกกลางอากาศทั้ง 6 ครั้ง(100%) แถมยังจ่ายบอลสำเร็จสูงถึง 91% พร้อมนำทีมเถลิงบัลลังก์จ้าวยุโรปอย่างยิ่งใหญ่

จากชีวิตค้าแข้งติดลบเริ่มต้นค้าแข้งในทีมสำรอง วันนี้เขากลายเป็นฮีโร่นำสโมสรคว้าแชมป์ยุโรป หัวจิตหัวใจของคาเซมิโรควรค่าแก่การกราบเหลือเกิน